เมล็ดพันธุ์ รักษ์ป่า บ้านโป่งกระทิงบน

เมล็ดมะค่าโมง เมล็ดมะกล่ำตาช้าง เมล็ดมะกล่ำตาหนู เมล็ดมะคำดีควาย เปลือกมะค่าแต้ ฯลฯ เป็นหนึ่งในวัตถุดิบที่เด็กๆ เลือกใช้ประกอบเข้าเป็นลำตัว เท้า ลูกตา หัว แขน ขา ประเดี๋ยวเดียวหุ่นยนต์นักรบ มดตัวน้อย เม่น ตุ๊กตา และสัตว์ในจินตนาการ ก็ปรากฏเป็นรูปเป็นร่างขึ้น

เด็กๆ กลุ่มเยาวชนบ้านโป่งกระทิงบน ในจังหวัดราชบุรี เรียนรู้หัวใจของการอนุรักษ์ผืนป่าในบ้านเกิดผ่านของเล่น ใช้ความคิด จินตนาการ ที่สร้างสรรค์
.ช.ธีรวุฒิ จินเนีย หรือ น้องปลานิล อายุ 11 ขวบ เด็กน้อยนักประดิษฐ์เลือกเมล็ดสะบ้าที่เก็บสะสมไว้ตั้งแต่ฤดูร้อนที่ผ่านมา ขึ้นมาติดกาวต่อเป็นลำตัว หยิบเมล็ดรำเพยมาติดเป็นหัวของหุ่นยนต์นักรบตามจินตนาการ

ปลานิลและ เพื่อนๆ นัดรวมพลกันที่บ้านพี่แดง บุญส่ง ใจชื่น แกนนำกลุ่มเยาวชนบ้านโป่งกระทิงบน พี่แดงเปิดบ้านให้เป็นสถานที่ประลองจินตนาการ เด็กๆ หยิบจับเมล็ดไม้นานาพันธุ์ขึ้นมาประดิษฐ์เป็นของเล่น ตัวการ์ตูน รูปสัตว์ต่างๆ ตามจินตนาการ และความคิดสร้างสรรค์ของพวกเขาเอง

การ เปิดบ้านให้เป็นแหล่งเรียนรู้ และเข้ากลุ่มเพื่อประดิษฐ์ของเล่นจากธรรมชาตินี้ พี่แดงเล่าว่า

“กิจกรรม แบบนี้เป็นสิ่งจูงใจเล็กๆ ที่เขาชอบ เป็นตุ๊กตาที่เขาเคยเล่น เพื่อให้เขารู้สึกว่าเป็นเรื่องใกล้ตัวที่สามารถทำได้ ก่อนที่จะให้เขาไปเจอต้นไม้จริง เด็กรุ่นนี้เติบโตมาในช่วงที่ป่าในหมู่บ้านกำลังฟื้นฟู การที่เขาได้นำเมล็ดไม้มาใช้ประโยชน์ ทำให้เขาเห็นถึงความสำคัญของป่า”

เด็กๆ ล้อมวงกันตั้งอกตั้งใจเลือกเมล็ดไม้ลูกสวยๆ เมียงมองดูว่าเหมาะจะเอามาประกอบเป็นส่วนไหนของตุ๊กตาเมล็ดไม้
“ผม กำลังประดิษฐ์หุ่นยนต์ครับ ผมใช้มะคำดีควาย ลูกรำเพย มะค่าโมง สะบ้า มาประกอบเป็นตัวหุ่นยนต์ครับ” น้องปลานิลเล่าพลางมองของประดิษฐ์ในมืออย่างภูมิใจ
ส่วน น้องแหนม ด.ญ.สุดารัตน์ จินเนีย วัย 9 ขวบ เธอกำลังประดิษฐ์แมงมุมจากเมล็ดมะคำดีควายอย่างตั้งอกตั้งใจ

“วันนี้หนูประดิษฐ์ มด งู ตอนนี้หนูกำลังทำแมงมุม ไมยราบยักษ์ทำเป็นหนวด มะกล่ำตาหนูเอามาทำเป็นตา เม็ดมะค่าเอามาทำเป็นตัวค่ะ”

พื้นที่บ้านโป่งกระทิงบน ของเด็กๆ มีสภาพเป็นป่าเบญจพรรณ ไม้อย่าง มะค่า แดง มะกล่ำ พะยูง มะคำดีควาย ขึ้นกันหนาแน่น เพราะชาวบ้านร่วมกันปลูกและดูแลรักษาไว้ให้ลูกหลานใช้ประโยชน์ไม่มีวันหมด
บ้านโป่ง กระทิงบน เป็นหนึ่งในหมู่บ้านที่ประชากรส่วนใหญ่มีเชื้อสายปกากะญอ หมู่บ้านตั้งอยู่ในเขตตำบลบ้านบึง อำเภอบ้านคา จังหวัดราชบุรี อยู่ใกล้ชายแดนพม่า มีแนวเทือกเขาตะนาวศรีกั้นพรมแดน และเป็นส่วนเชื่อมต่อของอุทยานแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติไทยประจัน แหล่งดูนกศึกษาธรรมชาติชั้นดี

ราว 20 ปีก่อน สภาพพื้นที่มีความเสื่อมโทรมจากการบุกรุกพื้นที่ป่าเพื่อทำไร่อย่างมาก แต่นับเป็นเรื่องโชคดีที่ต่อมาได้รับการฟื้นฟูให้กลับมาอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง ด้วยแนวคิดของท่านเจ้าอาวาสวัดป่าโป่งกระทิงบน ที่ขอซื้อพื้นที่ที่ชาวบ้านใช้ทำไร่เพื่อปลูกป่าขึ้นใหม่

ป่า ปลูก มีไม้มากกว่า 10 ชนิด อาทิ มะค่า ตะแบก แดง พะยูง กระทิง มะกล่ำ ฯลฯ ล้วนแต่เป็นไม้เบญจพรรณในท้องถิ่นนั้นทั้งสิ้น

จากเมล็ดไม้ที่หล่น ร่วงจากลำต้น บางส่วนฝังรากลงสู่ผืนดินรอการเติบโต บางส่วนเด็กๆ ขอเก็บมาประดิษฐ์เป็นของเล่นตามใจชอบบ้าง ธรรมชาติไม่ว่ากัน เพราะส่วนหนึ่งเด็กๆ จะแบ่งไว้เพาะกล้าไม้เล็กๆ ก่อนที่มือปลูกรุ่นจิ๋วจะทำหน้าที่ปลูกไม้คืนสู่ป่าตามเดิม

“หน้า ร้อนเราจะไปเก็บเมล็ดไม้พวกนี้มาจากป่าแถววัดค่ะ เอามาให้พี่แดง ว่างๆ พี่แดงก็จะเปิดบ้านให้เด็กๆ มานั่งทำของเล่นกันค่ะ”

“ถ้ามีเมล็ดไม้ เยอะๆ นำมาใช้ไม่ทัน เราก็จะอาไปเพาะ เมล็ดพวกนี้งอกได้ดีในหน้าฝน รอจนแข็งแรง พี่แดงก็จะพาไปปลูกป่าค่ะ” น้องแหนมเล่ากิจกรรมหนึ่งในวิธีช่วยกันดูแลป่าของเด็กๆ

“นอกจากจะ เอาเมล็ดไม้มาประดิษฐ์ เรายังเพาะกล้าไม้จากเมล็ดไม้พวกนั้นด้วย เราก็เอาเมล็ดมาให้เขาได้ลองประดิษฐ์ เมื่อเขาได้ใช้ประโยชน์ก็อยากให้เขาได้ปลูกต้นไม้ที่พวกเขาได้ใช้เมล็ดมา ประดิษฐ์เป็นของเล่น”

“เราเริ่มจากสิ่งใกล้ตัว จากเมล็ดไม้เล็กๆ ให้เขาเกิดความสนใจ ก่อนที่จะพาเขาไปสู่ห้องเรียนธรรมชาติ พาเขาไปรู้จักต้นไม้และประโยชน์ของต้นไม้ รู้จักสิ่งแวดล้อมในชุมชน”

พี่ แดงเล่าจุดประสงค์ของกิจกรรมที่ช่วยตรึงความสนใจของเด็กๆ ให้อยู่กับของประดิษฐ์ตรงหน้า และกลวิธีที่ช่วยบ่มเพาะเด็กๆให้รู้จักรักษ์ธรรมชาติ

บ่ายวันนั้น หลังจากประดิษฐ์ของเล่นได้หลายชิ้น พี่ชายใจดีของเด็กๆ พาน้องๆ กลุ่มเยาวชนฯ ไปสำรวจธรรมชาติของป่าหน้าฝน ใบไม้เขียวชอุ่ม มะค่าต้นใหญ่ยืนต้นทิ้งฝักแก่ เมล็ดร่วงใต้ต้นมากมาย เด็กๆช่วยกันเก็บใส่ถุง ส่วนหนึ่งเก็บไว้เป็นวัตถุดิบประดิษฐ์ของเล่นจากเมล็ดไม้ ส่วนหนึ่งรอปลูก

“ตอน แรกเมล็ดมะค่าจะเรียงตัวอยู่ในฝักแบบนี้ เป็นเมล็ดแข็งๆ เมล็ดมะค่าต้องใช้เวลานานกว่าจะงอกเพราะเมล็ดแข็งมาก ถ้าเราเจอต้นอ่อนขึ้นอยู่ใต้ต้น พี่แดงบอกว่าโอกาสที่มันจะโตเป็นต้นใหญ่ยากค่ะ เพราะมันขึ้นแออัดหนาแน่นมากเกินไป พี่แดงก็เลยให้เราถอนต้นอ่อนนั้น อย่าให้รากขาด แล้วเอากลับไปใส่ถุงเพาะชำที่บ้าน แข็งแรงแล้วถึงจะเอากลับไปปลูกคืนป่าค่ะ”

เมื่อถามน้องแหนมว่า มีป่าและธรรมชาติเขียวขจีแบบนี้ เด็กๆ ว่าดีอย่างไร หนูน้อยบอกว่า “การที่ต้นไม้อยู่รวมกันเยอะๆ ในป่าดีค่ะ ได้ร่มเงา หลบแดดได้ไม่ร้อน ส่วนเด็กๆ ก็จะได้เก็บเมล็ดไม้ไปทำตุ๊กตา และเก็บไปเพาะได้ค่ะ” น้องแหนมเล่าพลางอวดต้นอ่อนของมะค่าให้ดูแล้วยิ้ม

ที่มา : คอลัมน์ สดจากเยาวชน ภัทรภร ยอดนครจง

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: